ประวัติหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
 

ข่าวดีสำหรับท่านผู้ศรัทธาในเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ

เนื่อจากมีผู้ศรัทธาในเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ เป็นจำนวนมากสอบถามมาเพื่ออยากจะได้เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณไว้บูชา ซึ่งคณะผู้จัดสร้างกำลังจะจัดงานครั้งประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่โดยจะทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ และแจกทานข้าวสารแก่ผู้ยากไร้จำนวน 1,200 ถุง เป็นอย่างน้อย ซึ่งเราจะทำการแจกทานใหญ่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน ในงาน 28 ธันวาวันพระเจ้าตากสินมหาราช ในวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2561 ณ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ ปากซอยวังเดิม3 ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ คณะผู้จัดงานจึงได้จัดสร้างเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ เนื้อตะกั่วปิดทองคำแท้ ซึ่งสร้างจากเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณเดิม

ซึ่งเป็นเหรียญที่มากด้วยประสพการณ์ เช่นรายล่าสุดช่วยชีวิตหนุ่มคาร์แคร์ให้รอดตายจากไฟดูดได้ราวปาฏิหาริย์(คลิ๊กชมรายละเอียดที่นี่) ที่พบตกค้างอยู่เพียง 500 เหรียญ มาทำการปิดหน้าพระพักตร์ของเหรียญรุ่นนี้ด้วยทองคำเปลวแท้ เพื่อให้เกิดความสวยงามยิ่งขึ้น โดยเปิดให้ท่านผู้ศรัทธาร่วมทำบุญข้าวสารจำนวน 5 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม เป็นจำนวนเงิน 500 บาท จะได้รับเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ เนื้อตะกั่วปิดทองคำแท้ 1 เหรียญ เพื่อเป็นที่ระลึก โดยท่านสามารถติดต่อร่วมทำบุญได้ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ ปากซอยวังเดิม 3 ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กทม 10600 หรือสอบถามรายระเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณโก วัดอรุณ เบอร์โทร 085-363-4431 id line: 0853634431

ชมคลิปชาววัดอรุณเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งหมด คลิ๊ก
ชมภาพชาววัดอรุณเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งหมด คลิ๊ก
เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ เนื้อตะกั่วแกะลายลงยา คลิ๊ก
ชาววัดอรุณร่วมใจสร้าง เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ คลิ๊ก
ชมมิวสิคอัลบั้มเพลง ตำนานรบพระเจ้าตาก คลิ๊ก

ชมคลิปชาววัดอรุณเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งหมด คลิ๊ก
ชมภาพชาววัดอรุณเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งหมด คลิ๊ก
เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ เนื้อตะกั่วแกะลายลงยา คลิ๊ก
ชาววัดอรุณร่วมใจสร้าง เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ คลิ๊ก
ชมมิวสิคอัลบั้มเพลง ตำนานรบพระเจ้าตาก คลิ๊ก

ชมคลิปชาววัดอรุณเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งหมด คลิ๊ก
ชมภาพชาววัดอรุณเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งหมด คลิ๊ก
เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ เนื้อตะกั่วแกะลายลงยา คลิ๊ก
ชาววัดอรุณร่วมใจสร้าง เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ คลิ๊ก
ชมมิวสิคอัลบั้มเพลง ตำนานรบพระเจ้าตาก คลิ๊ก

ชมคลิปชาววัดอรุณเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งหมด คลิ๊ก
ชมภาพชาววัดอรุณเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งหมด คลิ๊ก
เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ เนื้อตะกั่วแกะลายลงยา คลิ๊ก
ชาววัดอรุณร่วมใจสร้าง เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ คลิ๊ก
ชมมิวสิคอัลบั้มเพลง ตำนานรบพระเจ้าตาก คลิ๊ก

 

ประวัติหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

หลวงปู่ทิม อิสริโก นามเดิมชื่อ "ทิม งามศรี" เป็นบุตรของนายแจ้า นางอินทร์ เกิดที่บ้านรหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ 2 ต.ละหาร (ปัจจุบันเป็น หมู่ 1 ต.หนองบัว) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 7  ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 เป็นบุตรคนที่ 2 ของครอบครัว เมื่ออายุ 17 ปี นายแจ้ผู้เป็นบิดา นำตัวไปฝากไว้กับหลวงพ่อสิงห์ (วัดละหารใหญ่) เล่าเรียนหนังสือทั้งไทยและอักษรขอม ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นขอลาหลวงพ่อสิงห์กลับไปช่วยโยมบิดา มารดา ทำงานบ้าน จนถึงอายุ 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นลูกหมู่ หรือทหารประจำการในสมัยนั้นอยู่ที่กรุงเทพถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดปล่อยกลับมาอยู่บ้านตามเดิม โยมบิดาจึงได้ขออนุญาตให้ท่านได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา หลวงปู่ทิม ได้อุปสมบทที่วัดทับมา โดยพระครูขาว เจ้าคณะแขวงเมืองระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อสิงห์เป็นกรรมวาจาจารย์ เจ้าอธิการเกตุเป็นอนุสาวนาจารย์ โดยทำพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2449 ตรงกับปีมะแม เดือน 6 วันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ ได้รับฉายานามสงฆ์ว่า "อิสริโก" หลังจากบวชแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนทางปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานจากหลวงพ่อสิงห์ อาจารย์ของท่าน และศึกษาวิชาต่างๆ จากตำราคู่วัดละหารใหญ่ (เข้าใจว่าเป็นตำหรับเดิมของหลวงปู่สังข์เฒ่า) จนมีความรู้แตกฉานได้ออกจาริกปฏิบัติธุดงค์กับหลวงพ่อยอด นักปฏิบัติที่เป็นอาจารย์ ออกตังค์ไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อเจริญสมณธรรม ออกหาความวิเวกสันโดษ ตามอัธยาศัยเป็นเวลา 3 ปี ครั้นเมื่อใกล้เข้าพรรษากลับมาถึงจังหวัดชลบุรีได้จำพรรษาที่วัดนามะตูมถึง 2 พรรษา ได้เที่ยวร่ำเรียนศึกษาวิชาเพิ่มเติม กับพระเกจิอาจารย์หลายรูป ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสที่เก่งกล้าอีกลายคน จากนั้นได้กลับมาจำพรรษาที่วัดละหารไร่ และได้รับนิมนต์จากชาวบ้านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ตั้งแต่พ.ศ. 2450

ท่านได้ก่อสร้างเสนาสนะบูรณซ่อมแซมกุฏิ และถาวรวัตถุอีกหลายอย่าง หลังจากหลวงปู่ทิม อิสริโก ได้สร้างอุโบสถเสร็จด้วยบารมีของท่านแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2517 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 95 ปี หลวงปู่ทิมได้วางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญ "ภาวนาภิรัติ" และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2518 จากนั้นได้สร้างและปรับปรุงหอฉัน "อุตตโม" หลวงพ่อทิมมีตำแหน่งครั้งสุดท้ายเป็นพระครูภาวนาภิรัติ ชาวบ้านโดยทั่วไปนิยมเรียกว่า "หลวงปู่ทิม ซึ่งท่านได้มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ณ หน้าหอสวดมนต์ วัดละหารไร่ หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา เป็นเวลา 23 วัน คณะศิษย์จึงได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดละหารไร่ และเก้บศพไว้บนศาลาภาวนาภิรัติ โดยขอพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2526 ณ เมรุวัดละหารไร่ หลวงปู่ทิม อิสริโก ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมและพระวินัยขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระมักน้อย สันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในรูปรส กลิ่น เสียง ฉันอาหารเจเป็นประจำ ฉันภัตราหารมื้อเดียวเวลาประมาณ 7.00 น. และฉันน้ำชาประมาณ 4 โมงเย็น จะไม่มีการฉันเพลเลย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ หรืออาหารคาวทุกชนิดท่านจะไม่ยอมฉันแม้แต่น้ำปลา อาหารที่ท่านฉันส่วนใหญ่จะเป็นผัก ถั่ว หรือน้ำพริกกับเกลือป่น ปฏิบัติอย่างนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี ร่างกายผิวพรรณของท่านก็ปกติอยู่ตามเดิม พละกำลังของท่านยังดีและสมบูรณ์อยู่เช่นเดิม ร่างกายอ้วนท้วนพอสมควร ทั้งนี้คงเป็นเพระบุญบารมีของท่านที่สะสมมา จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัด และบริสุทธิ์ในพระธรรมวินัย ดำรงชีวิตอยู่ได้ถึง 96 ปี อายุพรรษา 72 พรรษา และได้มรณภาพด้วยโรคชรา และวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี วัดละหารไร่และคณะศิษย์จะร่วมกันจัดงานวันระลึกถึงหลวงปู่ทิม ซึ่งก็มีลูกศิษย์มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

พระเถราจารย์ชื่อดังในอดีตแห่งเมืองระยอง แถวนั่งซ้ายมือสุด : หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่

วัดละหารไร่ ที่ตั้ง วัดละหารไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
ประวัติความเป็นมา

วัดละหารไร่นี้ก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2354 โดยหลวงพ่อสังข์เฒ่า รองเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่สมัยนั้น เห็นว่าพื้นที่ทางฝั่งคลองด้านตรงข้ามทางทิศเหนือของวัดละหารใหญ่มีทำเลดีเหมาะแก่การปลูกพืชผัก จึงได้หักล้างถางพงใช้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผัก ขึ้นแรกได้สร้างที่พักร่มเงาไว้เมื่อถึงเวลาเข้าพรรษา ก็จำพรรษาที่วัดละหารใหญ่ ต่อมามีผู้คนไปทำไร่ในแถบใกล้ๆ ที่นั้นมากขึ้น เห็นว่ามีพระสงฆ์อยู่ เมื่อถึงวันพระก็จัดภัตตาหารไปถวายเป็นประจำ ต่อมาได้มีพระภิกษุไปอยู่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ก่อสร้างกุฏิวิหาร พระสงฆ์ก็มาจำพรรษาที่นั่น ตั้งชื่อว่า "วัดไร่วารี" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดละหารไร่" โดยมีหลวงพ่อสังข์เฒ่าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ในภายหลังทางวัดละหารไร่ได้มีพระภิกษุแก่อาวุโสขึ้นหลวงพ่อสังข์เฒ่าจึงมอบให้ปกครองกันเอง ส่วนตัวท่านได้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ (ทราบว่าภายหลังได้รับการนิมนต์จากเจ้าเมืองระยองไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเก๋ง จังหวัดระยอง)

มอบหมายให้หลวงพ่อแดง เป็นเจ้าอาวาสแทน ต่อมาได้มีเจ้าอาวาสอีกหลายรูปปกครองวัดละหารไร่ คือ หลวงพ่อเกิด หลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อจ๋วม ต่อมาหลวงพ่อจ๋วมได้ลาสิกขาบท ทำให้วัดละหารไร่ขาดพระภิกษุจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ในขณะนั้นหลวงพ่อทิม อิสริโก (งามศรี) ได้เดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี พุทธศาสนิกชนบ้านละหารไร่จึงพร้อมใจกันนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2450
หลวงพ่อทิมจึงได้สร้างอุโบสถขึ้นหลังหนึ่งทำด้วยไม้ ปัจจุบันได้เคลื่อนย้ายมาห่างจากที่เดิมประมาณ 20 วา และบูรณะให้อยูในสภาพเดิม ปี พ.ศ.2483 หลวงพ่อทิมได้มอบศาลาการเปรียญเป็นสถานที่เปิดสอนนักเรียนเพื่อให้บุตรหลานได้ศึกษาเล่าเรียน ต่อมาชาวบ้านเห็นดีด้วยจึงได้ร่วมใจสร้างอาคารเรียนแบบ ป.1 ข. ขึ้นหลังหนึ่ง และเริ่มทำการสอนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2483 โดยมีนายเสียน จันทนี เป็นครูใหญ่ พ.ศ.2514 นายธง สุขเทศน์ และชาวบ้านวัดละหารไร่จึงได้ร่วมใจกันสร้างอุโบสถขึ้นใหม่ โดยหลวงพ่อทิม มอบเงินให้เป็นทุนขั้นแรก 30,000 บาท ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2515 ด้วยบารมีของหลวงพ่อทิม อุโบสถก็สำเร็จภายในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น และได้ขอพระราชทานวิสุงคามเสมาทำพิธีฝังลูกนิมิตเมื่อตั้นปี พ.ศ.2517
ปี พ.ศ.2478 พระอธิการทิม อิสริโก จึงได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นพระครูชั้นประทวน โดยส่งหมายและตราตั้งไว้ทางเจ้าคณะจังหวัดระยอง แต่หลวงปู่ทิมก็ยังไม่ยอมไปรับ และไม่บอกใคร ทางจังหวัดจึงได้มอบหมายให้เจ้าคณะอำเภอมามอบให้ที่วัดเอง ท่านจึงได้รับเป็นพระครูทิม อิสริโก และได้รับเป็นพระคู่สวด ปีพ.ศ.2497 ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งพระครูทิม อิสริโก เลื่อนชั้นเป็นพระครูสัญญาบัตร ท่านก็ยังไม่ยอมเอา และไม่บอกให้ญาติโยมได้รู้จนทางเจ้าคณะอำเภอได้มีหนังสือส่งไปยังวัด ไวยาวัจกรได้ทราบและนำเรื่องนี้ปรึกษาชาวบ้านและคณะกรรมการวัดให้ทราบ ต้องอาราธนาหลวงปู่ทิม มารับบัญญาบัตรพัดยศ เมื่อนวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2507

บารมีของหลวงปู่ทิม
คัดลอกจากหนังสือที่ระลึก ฉลองหอฉัน และฉลองอายุครบ 8 รอบ พระครูภาวนาภิรัต (ทิม) วัดละหารไร่ ระยอง 10 มิ.ย.2518 จากบันทึกของนายสาย แก้วสว่าง

บิณฑบาตที่จ.ชลบุรี
มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี อ.บางละมุง ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ ได้มาเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อวานนี้ผมเห็นหลวงปู่ทิม ไปบิณฑบาตอยู่ที่เมืองชล ผมจำได้เขาบอกว่าเรื่องนี้เป็นความจริง เพราะจำหลวงปู่ทิมได้ ผมก็ได้แต่นึกและก็ไม่กล้าตอบ แต่นึกว่าหลวงปู่ของเราจะเป็นไปได้หรือ ผมจึงเก็บเอาเนื้อความนี้ไว้แต่ในใจและก็คุยกันเรื่องอื่นต่อไป อยู่มาประมาณอีกสัก 10 กว่าวันก็มีคนเมืองชลมาเล่าให้ผมฟังอีก ก็เหมือนกับทีคนแรกเล่าให้ผมฟังทุกประการ ผมจึงลองถามหลวงตาที่เป็นขรัวรองอยู่ที่วัดดูและเล่าเรื่องราวให้ท่านฟัง ท่านตอบว่า อาตมาก็ไม่ทราบและไม่ได้สังเกตเพราะฉันจังหันต่างกัน แต่ก็ปรากฏท่านทีอาหารแปลกปะปนอยู่เสมอ แต่ก็อาจจะเป็นความจริงเพราะท่านเป็นพระที่สำเร็จญาณชั้นสูงอยู่แล้ว

ยิงไม่ถูก
มีชาวบ้านหนองละลอกคนหนึ่งชื่อ นายธง สุขเทศ หรือชาวบ้านละแวกนั้นมักเรียกว่า ปลัดธง บ้านอยู่ไม่ห่างจากบ้านผมเท่าไรนัก หลังจากที่ผมกลับจากทำงานก็อาบน้ำจวนจะทานอาหาร เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ปลัดผู้นี้ก็เริ่มจะทานอาหารเหมือนกัน หยิบจานอาหารมาวางและมีลูกสาวอยู่ใกล้ๆ ผมก็กำลังทานอาหารอยู่ที่บ้าน ก็ได้ยินเสียงปืนระเบิดขึ้น 2 จังหวะ 4 นัด แล้ว 3 นัดติดต่อกัน ปรากฏภายหลังว่าผู้ยิงพาดปืนกับขอบสังกะสีรั้วบ้านระยะประมาณ 4 เมตร แต่กระสุนมิได้ถูกนายธงเลย มีกระสุนไปถูกขาตั้งรถจักรยานทำให้สะเก็ดบินไปโดนเด็กลูกสาวที่ขาบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้คงเป็นเพราะอภินิหารเหรีญหลวงปู่ทิมรุ่นแรกซึ่งนายธงแขวนคออยู่เพียงเหรียญเดียว ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ยิงใช้ปืนคาบิ้น 2 กระบอกเพราะเก็บปลอกกระสุนได้แน่ชัด

ยิงไม่เข้า
มีคนเดินทางมาจากเมืองชลเล่าให้ผมฟังว่าเพื่อนของเขาถูกยิงตอนเวลาหลังอาหารด้วววยปืนลูกซองถึง 9 นัด เสื้อขาดทะลุถึงผิวหนังไหม้เกรียมแต่ไม่เข้า ทั้งนี้ก็เพราะเขาได้ปลักขิกหลวงปู่ทิมกับลูกอมมาแขวนไว้เพียงไม่กี่วัน และเรื่องเท่าที่ผมเห็นมาเกี่ยวกับปลักขิกก็คือหลานของผมถูกสุนัขกัดจนเสื้อออกางเกงขาดเป็นริ้วรอย ถึงกับล้มลงนอนร้องไห้ เมื่อผมวิ่งไปช่วยปรากฏว่าไม่มีรอยเขี้ยวสุนัขเลย เด็กคนนั้นมีแต่เพียงปลักขิกของหลวงปู่ทิมแขวนอยู่ที่เอว 1 อันเท่านั้น

น้ำมนต์เดือด
เมื่อราว พ.ศ.2511 ที่วัดตะพงนอก อ.เมือง จ.ระยอง ได้มีพิธีปลุกเสกพระเครื่องรางของขลังหลวงพ่อจันทร์ เจ้าอาวาสวัดตะพงนอก ในพิธีนี้ได้นิมนต์เกจิอาจารย์มาหลายรูปด้วยกัน และหลวงปู่ทิมก็ได้รับนิมนต์ด้วย หลังจากเริ่มพิธีปลุกเสก หลวงพ่อต่างๆ ก็ได้ทำการปลุกเสก และในพิธีนี้ อาจารย์รัตน์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดได้นำโอ่งใส่น้ำมนต์มาตั้งไว้ และนิมนต์หลวงปู่ทิมทำการปลุกเสกน้ำมนต์องค์เดียวท่ามกลางพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ปรากฏว่าน้ำมนต์ที่อยู่ในโอ่งใหญ่ครึ่งโอ่งพอหลวงปู่ลงมือปลุกเสกน้ำได้เดือดและค่อยๆ ทวีความสูงขึ้นท่ามกลางความอัศสสจรรย์ของผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอ่างมาก ปรากฏว่าหลวงจากพิธีแล้ว น้ำมนต์ได้ถูกชาวบ้านแย่งเอาไปจนหมดสิ้น

แคล้วคลาด
นายจำลองแห่งร้านทวีทรัพย์ ได้ชวนนายเพียรวิทย์ จารุสถิติ นายนิวัฒน์ ร้านรุ่งเรืองมิตร ได้ไปหาหลวงปู่ทิมเพื่อนมัสการท่าน ขากลับได้บูชาเหรียญ รูปถ่ายและปลักขิก กลับมาได้ครึ่งทางนายนิวัฒน์จึงชวนนายจำลองเพื่อขอลองของ ทั้ง 3 ก็ได้ทำการทดลองโดยทั้ง 3 นำเอาเครื่องรางดังกล่าวอาราธนาแล้วแขวนกิ่งต้นไม้ นายจำลองได้ใช้ปืน .22 ยิงในระยะห่างกันประมาณ 1 คืบ ปรากฏว่ายิงไม่ถูก นายนิวัฒน์จึงขอยิงบ้าง จ่อยิงปรากฏว่าไม่ถูกอีกเช่นกัน ทั้งคู่บอกว่าถ้าระยะนี้ยิงไม่ถูกก็ไม่ต้องใช้ปืนแล้ว เพราะทั้งคู่เป็นผู้ที่สนใจปืนอยู่แล้ว

ถ่ายรูปหลวงปู่ไม่ติดถ้าไม่ขออนุญาต
เมื่อคราวปลุกเสกของที่วัดพลา จังหวัดระยอง หลวงปู่ได้รับนิมนต์ไปนั่งปลุกเสกด้วย มีช่าวภาพหนังสือพิมพ์ไปถ่ายรูปโดยไม่ขออนุญาตจากหลวงปู่ก่อนปรากฏว่า กดชัตเตอร์เท่าไรๆ ชัตเตอร์ก็ไม่ทำงาน แต่พอนึกได้เข้าไปขออนุญาตก็ติดและได้ภาพที่ชัดเจนดี

เสกตะกรุดใต้น้ำ
คุณป้าอยู่ งามศรี บ้านอยู่ใกล้ๆ วัดละหารไร่และเป็นหลานของหลวงปู่ทิมได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยหลวงปู่ทิมอายุประมาณ 60-70 ปี เวลาท่านทำตะกรุดท่านจะลงไปทำใต้น้ำโดยถือตะกรุดแล้วเดินลุยน้ำลงไปจากศาลาหน้าวัด มีผู้เห็นกันหลายคน เมื่อหลวงปู่ทิมทำตะกรุดเสร็จเดินลุยน้ำขึ้นมาทุกคนประหลาดใจ เพราะเนื้อตัวและจีวรของหลวงปู่ทิมหาได้เปียกน้ำไม่

เสกตะกรุดลอย
ท่านอาจารย์รัตน์ เจ้าอาวาสวัดหนองกระบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยองเล่าให้ฟังว่า หลวงปู่ทิมเป็นพระที่มีพลังจิตกล้าแข็งมากสามารถเสกจนตะกรุดลอยได้ ท่านเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งได้นิมมนต์พระอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดระยองมา 4 รูปด้วยกัน มีหลวงพ่อหอม หลวงพ่ออ่ำ หลวงพ่อชื่น และหลวงปู่ทิม ให้หลวงพ่อที่มาทั้ง 4 รูปนำตะกรุดสาริกามาด้วย แล้วนำลงใส่บาตรให้หลวงพ่อทั้ง 4 องค์นั่งล้อมรอบบาตร และขอให้ท่านทุกองค์เรียกตะกรุดให้ลอยขึ้นจากบาตร หลวงพ่อหอม เป็นผู้เรียกก่อนโดยนั่งบริกรรมอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่ปรากฏว่าตะกรุดลอยขึ้นมา จากนั้นหลวงพ่ออ่ำ และหลวงพ่อชื่อก็ได้นั่งบริกรรมทำนองเดียวกัน ตะกรุดก็ไม่ยอมลอยขึ้น จนถึงองค์สุดท้ายคือหลวงปู่ทิม ท่านนั่งบริกรรมอยู่สักครู่ก็ปรากฏว่าตะกรุดลอยขึ้นมาจากก้นบาตร หลวงพ่อหอมและเจ้าอาวาสวัดหนองกระบอกเห็นเช่นนั้นก็ตกใจแลบอกว่า ขอให้ช่วยทำให้วิ่งรอบบาตรด้วย หลวงปู่ทิมก็นั่งหลับตาภาวนา ตะกรุดก็วิ่งอยู่รอบๆ บาตรท่ามกลางความตื่นตะลึงของพระสงฆ์ทุกองค์ และเรื่องนี้ได้เป็นที่โจษขานกันทั่วไปในจังหวัดระยอง

อำนาจจิตอันกล้าแข็งของหลวงปู่ทิม
แม้แต่เครื่องปั่นไฟท่านก็สามารถบังคับให้หยุดได้โดยไม่ทราบสาเหตุ คือ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่วัดละหารไร่มีลิเกมาเล่น พอลิเกกำลังจะออกแขกก็ปรากฏว่าไฟฟ้าดับพรึบลง พอแขกเข้าโรงไฟฟ้าก็สว่างขึ้นเป็นอย่างนี้ถึง 3ครั้ง จนต้องมีคนเตือนคณะลิเกให้ไปขออนุญาตหลวงปู่ทิมเสียก่อน เมื่อไปขออนุญาตแล้วก็ปรากฏว่าไฟฟ้าที่เคยปิดๆ ดับๆ ก็ติดสว่างตลอดทั้งคืน

ประวัติสร้างเหรียญชุดเเปดรอบ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง

ก่อนจะย่างเข้าสู่ปี พ.ศ 2518 คณะศิษย์นำโดยคุณชินพร สุขสถิตย์ ได้ปรึกษาหารือกันว่าจะร่วมกันจัดงานฉลองอายุให้กับหลวงปู่ทิมในวันที่ 16 มิถุนายน 2518 เนื่องในโอกาสที่หลวงปู่จะมีอายุครบ 8รอบหรืออายุ 96 ปีซึ่งถือว่าเป็นการจัดงานวันเกิดให้กับท่านเป็นครั้งเเรกด้วยโดยงานนี้คุณชินพรได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อให้มอบให้เป็นที่ระลึกเเด่ลูกศิษย์ลูกหาเเละสาธุชนซึ่งคาดกันว่าจะเดินทางมาร่วมงานกันในวันนั้นอย่างมืดฟ้ามัวดิน ดังนั้นการดำเนินการจัดสร้างในครั้งนี้คุณชินพรจึงต้องวางเเผนอย่างละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษซึ่งนอกเหนือจากจะต้องให้เพียงพอต่อทุกคนที่มาร่วมงานเเล้ววัตถุมงคลนี้จึงถือได้ว่าเป็นชุดสำคัญที่เดียวด้วยเหตุนี้การจัดสร้างวัตถุมงคลชุดเเปดรอบนี้จึงต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 9 เเสน 8หมื่นบาท หรือเกือบล้าน ซึ่งเงินร่วมล้านบาทในปี พ.ศ 2518 ถ้าเทียบสมัยนี้น่าจะเกือบร้อยล้านก็ว่าได้ ถือว่าเป็นการสร้างวัตถุมงคลที่ใช้เงินจำนวนมหาศาลในวัดเล็กๆวัดใดกล้าลงทุนมากมายถึงขนาดนี้มาก่อน ยิ่งในช่วงระยะเวลานั้นบรรดาวัดต่างๆทั่วประเทศต่างระดมเเข่งขันกันสร้างวัตถุมงคลออกจำหน่ายเเละมีการทุ่มโฆษณาตามนิตยสารพระเครื่องต่างๆกันอย่างเอิกเกริกจึงเป็นไปไม่ได้เลยว่าการสร้างวัตถุมงคลชุดเเปดรอบในครั้งนี้จะสามารถเรียกทุนคืนกลับมาได้ประกอบกับการลงทุนสร้างในครั้งนี้คุณชินพรไม่ได้ใช้เงินของวัดเลยเเม้เเต่บาทเดียวอาศัยความีท่านเป็นผู้มีอัธยาศัยดี ใจคอกว้างขวาง ช่วยเหลลือผู้อื่นไว้มากจึงมีเพื่อนฝูงอยู่ในวงการสามารถใช้เครดิตในการดำเนินการจัดสร้างไว้ล่วงหน้าก่อนได้ จึงทำให้คุณชินพรวิตกกังวลในเรื่องนี้จะหาเงินไปชำระหนี้สินที่นำมาลงทุนสร้างวัตถุมงคลชุดเเปดรอบนี้ได้อย่างไร จึงได้นำเรื่องนี้ไปปรีกษาหลวงปู่ทิม ท่านจึงยิ้มเเละปลอมใจพร้อมกับเเนะนำให้คุณชินพรไปกราบของพรพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในวัดซึ่งนับเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่งก่อนถึงวันงานวัตถุมงคลชุดเเปดรอบทุกอย่างมียอดสั่งจองเพิ่มเข้ามาอย่างท่วมท้นจนภายในหนึ่งเดือนหลังจากงานฉลองอายุหลวงปู่ทิมผ่านไปคุณชินพรสามารถชำระหนี้ไว้จนหมดเเละยังมีส่วนกำไรที่เหลืออีกจำนวนมากพอสมควรทึ่คณะผู้ดำเนินส่งมอบให้กับวัดละหารไร่จนหมดครบถ้วนเพื่อนำรายได้ดังกล่าวนี้ไปสมทบก่อสร้างศาลาการเปรียญภาวนาภิรัตต่อไป หลวงปู่ทิมเคยกล่าวกับคุรประชา ตรีพาสัย ว่าการสร้างศาลาการเปรียญนั้นผู้สละทรัพยจะได้อานิสงค์มากกว่าการสร้างโบสถ์เพราะการสร้างโบสถ์นั้นทำคนให้เป็นพระเเต่การสร้างศาลาการเปรียญนั้นทำพระให้เป็นพระที่สมบูรณ์

หลังจากพระชุดเเปดรอบถึงมือผู้สั่งจองไว้ได้ไม่เท่าไรก็มีผู้ประสบการณ์ความศักดิ์สิทธิ์กันอย่างมากมายโดยส่วนหนึ่งได้เขียนเล่าประสบการณ์ของตนผ่านทางนิตยสารพระเครื่องเเละอภินิหาร จนทำให้ชุดเเปดรอบของหลวงปู่ทิมโด่งดังขึ้นมาเรื่อยๆเเละมีราคาขึ้นสูงเรื่อยๆตั้งเเต่นั้นจนถึงทุกวันนี้ทั้งๆที่พระชุดดังกล่าวสร้างจำนวนมากเรืองเเสนองค์ทีเดียวเเละสำหรับพระเครื่องเเละวุตถุมงคลชุดเเปดรอบนั้นประกอบด้วยเหรียญเสมา เหรียญรูปไข่ห่วงเชื่อม เหรียญหล่อฉลุ เเละเหรียญนาคปรกเเปดรอบ เป็นต้น
วัตถุมงคลชุดเหรียญเสมาเเปดรอบเนื่องจากพระชุดเเปดรอบที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลีกในงานฉลองอายุของหลวงปุ่ทิมเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2518 นั้นมีจำนวนมากนับกว่าเเสนเหรียญคุณชินพรจึงต้องใช้วิธีสั่งให้โรงงานผลิตทยอยปั้มออกมาทีละชุดสำหรับเหรียญเสมาเเปดรอบชุดเเรกนั้นได้เเก่

เหรียญเสมาเนื้อต่างๆซึ่งผู้ออกเเบบเหรียญได้เเก่คุณปราโมทย์ มาเจริญ สถาปนิกมือหนึ่งของกรมชลประทานลักษณะของเหรียญจะเป็นรูปเสมากลับหัวเป็นเหรียญห่วงในตัวมีรูปหลวงปู่ทิมนั่งลักษณะสมาธิเต็มองค์อยู่ตรงกลางรอบใบเสมาเป็นลายกนกโดยเริ่มจากหัวกนกช่อบนด้านซ้ายขวาวาดโค้งลงมาบรรจบกันที่ลายกลีบบัวบริเวณกึ่งกลางของหัวเสมาด้านล่าง ส่วนเหนือศรีษะของหลวงปู่ทิมมีอักขระ 3 ตัว ประกอบด้วยมะ อุ อะ ต้องเรียงตัวเป็น มะ อะ อุ เหรียญเสมานี้ผู้สร้างได้สั่งให้เเกะโค๊ดในพิมพ์เป็นอักษร ท. ที่ชายผ้าสังฆาฎิของหลวงปู่ทิมเอาไว้ด้วย ส่วนด้านหลังของเหรียญจะเป็นยันต์ห้าซึ่งเป็นยันต์ครูประจำตัวของหลวงปู่ทิมมีตัวอักษรด้านล่างว่า ที่ระลึกฉลองอายุครบ8รอบพระครูภาวนาภิรัต (ทิม) วัดละหารไร่ ระยอง 16 มิ.ย.2518 เเต่ที่เเตกต่างไปจากเหรียญอื่นๆมีอยู่คือตัวอักษรเลขยันต์ทั้งหลายจะเป็นเเบบกัดลึกลงไปในเนื้อเหรียญหรือที่เรียกว่าตัวหนังสือจม เเทนที่จะเป็นตัวอักษรลอยนูนดังที่เห็นกันอยุ่ทั่วไป เหรียญเสมาเเปดรอบประกอบไปด้วยเนื้อต่างๆดังนี้

จำนวนการสร้างเหรียญชุดเเปดรอบ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง
1.เหรียญฉลุเสมาลงยาหน้าทองหลังทองสร้างจำนวน 79 เหรียญทำบุญเหรียญละ 3000บาท
2.เหรียญฉลุเสมาลงยาเนื้อเงินหลังเงินหน้าทอง สร้างจำนวน 169 เหรียญ กลับเป็นอายุหลวงปู่ได้ 96 ทำบุญเหรียญละ 1000 บาท
3.เหรียญฉลุเสมาลงยาหน้าเงินหลังเงินสร้างจำนวน 879เหรียญทำบุญเหรียญละ 250 บาท
4. เหรียญฉลุเสมาลงยาหน้าเงินหลังนวโลหะ สร้างจำนวน 2,297เหรียญ ทำบุญเหรียญละ 200 บาท
5.เหรียญเสมาเนื้อทองเเดง สร้างจำนวน 22,297 เหรียญบูชาเหรียญละ 30 บาท

เหรียญเสมาเเปดรอบทุกเนื้อนั้นหลังจากสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยเเล้วคุณชินพรจีงได้นำไปถวายเพื่อให้หลวงปุ่ทิมปลุกเสกเดี่ยวภายในกุฎิท่าน เป็นเวลาถึง 45 วัน เมื่อครบกำหนดเเล้วจึงได้เดินทางกลับมารับไปเพื่อดำเนินการตอกโค๊ดกันปลอม ที่กรุงเทพฯก่อนจะนำออกให้ประชาชนบูชาเพื่อรวบรวมปัจจัยไปสร้างศาลาการเปรียญภาวนาภิรัตทีคั่งค้างอยุ่จนเเล้วเสร็จ สำหรับเหรียญฉลุเสมาเเปดรอบเป็นรูปเเบบเหรียญที่ยังไม่มีผู้ใดเคยสร้างขึ้นมาก่อนเลยนับตั้งเเต่ปี พศ 2500 เป็นต้นมาคุณชินพรได้เเรงดลบันดาลใจมาจาการได้พบเห็นเหรียญเงินลงยาของหลวงพ่อคง วัดชำป่าง่าม จังหวัดฉะเชิงเทรา เเล้วเกิดการชอบใจเห็นว่าสวยงามเเปลกตาดี จึงนำมาดัดเเปลงออกเเบบด้วยการฉลุเอาเฉพาะส่วนที่ต้องการเเล้วนำมาประกบกับงานอีกชิ้นหนึ่งเพื่อให้ได้งานชิ้นมาใหม่สำหรับเหรียญฉลุทุกเหรียญนั้นคุณชินพรได้มอบความไว้วางใจให้คุณวรเทพ อุดมรันต์ศิลป์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารศูนย์พระเครื่องตั้งฮั่วเส็ง ฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นผู้ที่มีฝีมือดดำเนินจัดสร้างเเต่เพียงผู้เดียวซึ่งต้องอาศัยค่าใช้จ่ายสูงที่เดียว ส่วนทองคำที่นำมาใช้ในการจัดสร้างพระฉลุรวมเสมาหน้าทองหลังทองเเละเนื้อเงินหน้าทอง รวมทั้งพระทองคำเเปดรอบชุดอื่นๆทั้งหมดนั้น คุณชินพรได้ไปซื้อขอมาจากบิดาของคุณธารี ปิติธนสารสมบัติ เจ้าของร้านทองปิติพร ซึ่งในขณะนั้นมีตำเเหน่งเป็นนายกผู้ค้าทองคำอยู่ รวมเเล้วใช้ทองคำเป็นจำนวนน้ำหนักทั้งสิ้นถึงเกือบ 200 บาท คิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาทในสมัยนี้ เเต่ด้วยคุณชินพรไม่เข้าใจวิธีการผสมทองคำให้เป็นเนื้อทอง 95% จึงทำให้โลหะเงินผสมกับเนื้อทองคำ เเทนที่จะใช้ทองเเดง ผลออกมาจึงทำให้พระทองคำชุดเเปดรอบเช่นเหรียญฉลุเสมา พระหล่อฉลุเเปดรอบ เหรียญรูปไข่ห่วงเชื่อมเเละเหรียญนาคปรกเเปดรอบจึงมีกระเเสเหลืองออกขาวกว่าพระเนื้อทองคำทั่วๆไป ด้วยเหตุนี้จึงมีบางคนที่ไม่เข้าใจได้เเอบไปฟ้องหลวงปู่ทิม กล่าวหาว่าคุณชินพรอมเปอร์เซ็นต์ทองพระ

กรรมวิธีการสร้างเหรียญฉลุเสมาหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง
การสร้างเหรียญฉลุเสมาเนื้อต่างๆนั้นนับว่าเป็นกระบวนการสร้างที่ยุ่งยากเเละเสียเวลามาก คือ ในขั้นเเรกจะต้องปั้มเหรียญด้านหน้าออกมาก่อนเเล้วนำมาฉลุเฉพาะส่วนที่ต้องการได้เเก่ ขอบใบเสมาพร้อมกับอักขระด้านบน 1 ชิ้น เเละรูปหลวงปุ่ทิมอีก 1 ชิ้น สำหรับเหรียญฉลุเสมาหน้าทองหลังทองนั้น เเต่ละเหรียญใช้ทองคำหนักประมาณ 20 กรัม ส่วนเหรียญฉลุเสมาเนื้อเงินหน้าทองนั้นใช้ทองน้ำหนักประมาณ 3.5 กรัม จากนั้นจึงปั้มเหรียญด้านหลังมาพื่อเอาชิ้นส่วนด้านหน้าทั้งสองชิ้นฉลุเอาไว้ วางลงไปในตำเเหน่งเดิมในพื้นที่ด้านหน้าเเล้วจึงเป่าด้วยน้ำประสานทอง เพื่อเชื่อมชิ้นส่วนทั้งด้านหน้าด้านหลังให้ติดเป็นเนื้อเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณาขอบของเหรียญฉลุเสมานี้โดยรอบจึงจะต้องเห็นเป็นสองชั้นเเละมีร่องรอยของน้ำประสานทองให้เห็นได้อย่างชัดเจน ภายหลังเมื่อทำการประกบเหรียญด้านหน้าเเละด้านหลังเสร็จสิ้นเเล้ว จึงนำเหรียญทั้งหมดไปลงยาเป็นสีต่างๆอาทิ สีเหลือง สีเเดง สีขาว สีน้ำเงิน สีเขียว เป็นต้น ซึ่งถือว่า เป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนคุณชินพรจะนำเหรียญชุดเเปดรอบทั้งหมดไปถวายให้หลวงปุ่ทิมปลุกเสกจนครบกำหนดเเล้วจึงนำมาตอกโค๊ด กันปลอม ตามตำเเหน่งต่างๆกล่าวคือในเหรียญฉลุเสมาหน้าทองหลังทองนั้นจะตอกโค๊ดตัว นะ ในเม็ดงาที่ซอกของช่อกนกด้านซ้ายขวาทั้งสองข้าง เหรียญฉลุเสมาเนื้อเงินหน้าทองคำจะตอกโค๊ดตัว นะ ในเม็ดงา บริเวณซอกหัวช่อกนกด้านซ้ายมือของหลวงปุ่เพียงที่เดียว ส่วนเหรียญฉลุเนื้อเงินเเละหน้าเงินหลังนวโลหะจะตอกโค๊ดตัว นะ ในเม็ดงาเเละโค๊ด อิ บริเวณพื้นที่ว่าง ของเหรียญใกล้เเขนของหลวงปู่ เฉพาะในส่วนของเหรียญฉลุเสมาเนื้อเงินหน้าทองคำนั้นจะมีด้วยกัน 2 เเบบ

1.เเบบลงยาสองสี คือสีเเดง บริเวณกนกรอบใบเสมาเเต่บริเวณอักขระด้านบนเหนือศรีษะของหลวงปู่จะเป็นสีน้ำเงิน
2. เเบบลงยาสีเดียวคือ ทั้งบริเวณใบกนกรอบเสมาเเละอักขระด้านบนเหนือศรีษะของหลวงปุ่จะมีสีเเดงเพียงอย่างเดียว
ทั้ง 2 เเบบนี้จะเเบ่งได้เป็นอีก 2 พิมพ์ คือพิมพ์หัวตัวอักษร ท.โค๊ดในพิมพ์ที่บริเวณชายผ้าสังฆาฎิของหลวงปู่มีหยดน้ำ กับพิมพ์ตัวหลังตัว ท. มีเส้นเเตก เเต่เหรียญที่ได้รับความนิยมสูงสุดเเละหายากที่สุด ได้เเก่ เเบบลงยาสองสี พิมพ์หัวตัว ท. มีหยดน้ำ เพราะมีจำนวนไม่ถึง 50 เหรียญ ปัจจุบันเหรียญฉลุเสมาเนื้อเงินหน้าทองคำทุกเเบบราคาเริ่มต้นตั้งเเต่ 500,000 บาทขึ้นไปเเล้ว

 

พระปิดตาฝังพลอยพิมพ์ใหญ่ หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ปี 2517

พระปิดตาฝังพลอย หลังยันต์ห้า ฝังพลอยเสก จำนวนการจัดสร้างทั้งหมด 9,000องค์ ในปี 2517 พร้อมๆกับปิดตาหลังยันต์น้ำเต้าโดยคุณชินพร หลวงปู่ทิมทักว่า " ยันต์นี้เป็นของพระอรหันต์ รูปหนึ่ง " พระปิดตา หลังฝังพลอยหลังยันต์ห้า ในปี พ.ศ.2517 โดยทางคณะผู้สร้างนำโดย คุณชินพร สุขสถิตย์ และ คุณประชา ตรีพาสัย ได้ไปว่าจ้าง ท่านอาจารย์ทองเจือ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ผสมเนื้อพระ และ กดพิมพ์พระให้ โดยมีส่วนผสมของผงพลายกุมาร, ผงอิทธิเจ, ผงปัทมัง และ ผงตรีนิสิงเห ของท่านหลวงปู่ทิม เป็นส่วนผสมหลักๆ ที่ทางคณะผู้สร้างได้รับมอบมาจากหลวงปู่ทิม โดยมีเนื้อพระ หลายสีด้วยกัน ทั้ง สีขาว (พบง่าย) ดำ (พบยากสุด)เทา (พบยาก)และ น้ำตาล (พบยาก)

มีทั้งแบบ ด้านหลังฝังพลอยเสก โรยตะไบพระกริ่งชินบัญชร และ ไม่มีก็ได้ ครับ สำหรับผงที่หลวงปู่ทิมอิสริโกได้ทำการเขียนอักขระพระยันต์ต่างๆ นั้น ได้หลุดร่วงทะลุลอดกระดานชนวนลงมาทะลุผ้าขาวที่ปูรองเอาไว้ถึงเจ็ดชั้นจนถึงพื้นพระอุโบสถวัดละหารไร่ไม่ได้กล่าวเกินจริงแต่กล่าวเปิดเผยเพื่อให้ท่านทั้งหลายที่ศรัทธาหลวงปู่ทิมอิสริโก จะได้เกิดความ ปิติ และซาบซึ้ง ในบุญญาบารมีของหลวงปู่ หากผู้ใดได้ครอบครองบูชา พระผงขุนแผนพรายกุมาร นับว่าท่านมีของวิเศษขั้นสูงอยู่กับ จะส่งผลให้เกิดโภคทรัพย์ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง นับเป็นบุญกุศลของผู้นั้นที่เคยได้ร่วมสร้างกันมา หลวงปู่ท่านกล่าวว่าพระของท่านมีเจ้าของอยู่แล้วทุกองค์ ของของใครต้องมาอยู่กับผู้นั้น ผู้ใดมิใช่เจ้าของจักมีอันต้องเปลี่ยนมือไปไม่ช้าก็เร็ว

พระเครื่องของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ โด่งดังมากจากผงพรายกุมารซึ่งทำขึ้นได้ยากมากๆ เป็นเอกลักษณ์สร้างชี่อให้กับพระเครื่องประเภทพระผงของลป.ทิม บวกกับพลังจิตสูงของหลวงปู่ที่ปลุกเสกด้วย ให้มีอานุภาพด้านปกป้องคุ้มครองและเกิดผลสำเร็จจากการอธิษฐานขอบารมีหลวงปู่ให้ช่วยเหลือได้ทุกเรื่องที่ดีงาม ลูกศิษย์ลูกหาต่างนำไปใช้บังเกิดผลเป็นที่ประจักษ์ เป็นพระเครื่องรุ่นหลังกึ่งพุทธกาลที่ราคาพุ่งไปตลอดอย่างต่อเนื่อง พระผงปิดตาของลป.ทิมมีหลายเนื้อหลายวรรณะเกิดขึ้นจากากรผสมผงมวลสารในแต่ละครกที่ตำแก่อ่อนแตกต่างกันไป แต่มวลสารหลักจะมีผงพรายกุมารผสมลงไปและส่องกล้องดูเนื้อพระจะปรากฎให้เห็นกระจายไปทั่วองค์พระ 

เรียบเรียโดย แว่น วัดรุณ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วัดระหารไร่ และบทความของคุณ Bermudathai

((สำนักข่าวกะฉ่อนดอมคอม ทีมงาน วิทย์ วัดอรุณ รายงาน))

.......
เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ 
http://www.pra.kachon.com/pra/detail.asp?id=1801

 



หน้าแรก กระฉ่อนพระเครื่อง
รวมรุ่นองค์พ่อจตุคามรามเทพ
รวมข้อมูลพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ
รวมข้อมูลพระเกจิอาจารย์ ทั่วไทย
พุทธศิลป์ในประเทศไทย
ข่าว องค์พ่อจตุคาม
ข่าวสารพระเครื่อง
ซื้อ-ขายจตุคามรามเทพ
ซื้อ-ขายพระเครื่อง
ซื้อขายลูกปัด-หินทิเบต-ของเก่า
ถาม-ตอบเกี่ยวพระเครื่อง
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพิมพ์
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพระเครื่อง
Email
Password
 


สมัครสมาชิก | ลืมระหัสผ่าน

ตะกรุดสาริกาของู พระอาจารย์ป้อม
watnongmuang.com
watnongmuang.com
  พระยอดนิยม


หน้าแรก | เว็บบอร์ด | พระเครื่อง | เพื่อน MSN | ฝากรูปฟรี | ทีวีออนไลน์ | เกมส์ | เทคโนโลยี | หนังใหม่ | คลิปวิดีโอ | เพศศึกษา | กะฉ่อนพาเที่ยว | กะฉ่อนพากิน | นางแบบ | มือถือ | ไดอารี | พิตตี้ | ทีมงานกะฉ่อน.คอม