พระสมัยอยุธยา
 
พระสมัยอยุธยา

    พระพุทธรูปสมัยอยุธยากำเนิดในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๔ นับเป็นราชธานีที่มีอายุยืนที่สุด มีความเลื่องลือ ในด้านการแกะสลักไม้ การประดับมุก การเขียนลายรดน้ำ และจิตกรรมฝาผนัง แต่สำหรับการหล่อพระพุทธรูปนั้น ฝีมือยังสู้สมัยสุโขทัย เชียงแสน อู่ทองไม่ได้ ถึงแม้จะพัฒนาศิลปะมาจากสมัยอู่ทอง สุโขทัยก็ตาม

    

   

พระพุทธรูปสมัยอยุธยาสามารถแบ่งได้ ๓ ยุค ดังต่อไปนี้
ยุคต้น ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่หนึ่ง (พระเจ้าอู่ทอง) ถึงสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ นับเป็น พระพุทธรูปแบบอู่ทองอย่างแท้จริง เชื่อว่าได้แบบอย่างมาจากพระพุทธรูปอู่ทองบริสุทธิ์ เช่น พระเจ้าพนัญเชิง ในวิหาญวัดพนัญเชิง ต่อมานิยมสร้างแบบอู่ทองรุ่นที่ ๓ ขึ้น เช่นพระพุทธรูปขนาดย่อมจำนวน ๓๕๖ องค์ เพื่อ บรรจุลงในพระปรางค์ใหญ่ของวัดราชบูรณะ ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒
ยุคที่กลาง เป็นศิลปะอยุธยาโดยแท้กำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ราวพุทธศักราช ๑๙๙๑-๒๐๓๑ พระพุทธรูปมีลักษณะพระพักตร์และพระรัศมีตามแบบสุโขทัย ไรพระศกเล็กตามแบบอู่ทอง สังฆาฏิขนาดใหญ่กว่าสุโขทัยแต่ปลายสังฆาฏิเป็นเส้นตรงหรือทำเป็นสองแฉกลงมาตามแบบอู่ทอง พระพุทธรูป ยุคนี้จะรับอิทธิพลมาจากสมัยสุโขทัยเป็นส่วนใหญ่ พระพุทธรูปที่สำคัญในสมัยนี้เช่น พระศรีสรรเพชญซึ่งเข้าใจ ว่าสร้างตามแบบพระอัฏฐรสในกรุงสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ และมีค่ามากที่สุดในกรุงศรีอยุธยา หุ้มด้วยทองคำหนัก ๒๘๖ ชั่ง (๒๒,๘๘๐ บาท) แต่ถูกข้าศึกลอกเอาทองที่หุ้มองค์พระไปเมื่อตอนที่กรุงแตกครั้งที่ ๒
ยุคสุดท้าย เริ่มตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พุทธศักราช ๒๑๙๘ นิยมสร้างแบบทรงเครื่องใหญ่ และทรงเครื่องน้อย ส่วนมากเป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย ปางห้ามญาติ หรือปางห้ามสมุทร
พระพุทธรูปแบบทรงเครื่องน้อย สันนิษฐานว่าได้แบบอย่างมาจากพระพุทธรูปยืนปางประธานอภัยในสมัยลพบุรี ที่แผ่อิทธิพลมาถึงสุโขทัยอีกต่อหนึ่ง เครื่องประดับองค์พระพุทธรูปนั้นเป็นศิลปะของอยุธยาเอง ซึ่งที่ต่างจากสมัยสุโขทัยก็คือ มงกุฎของพระพุทธรูปสมัยอยุธยามักทำเป็นครีบยื่นออกมาทั้งสองข้างเหนือพระกรรณ และทรง พระกุณฑล บางองค์มีสังวาลและพาหุรัดทองกรประดับด้วย
พระพุทธรูปแบบทรงเครื่องใหญ่ จะทรงเครื่องอย่างเต็มยศ มีทั้งมงกุฎแบบชฎาใหญ่ สังวาลทับทรวง ชายไหว ชายแครง กำไลพระบาท และพระบาทจะสวมฉลองพระบาทเชิงงอน เช่น พระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา คือ พระประธานในอุโบสถวัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพระนามว่า พระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ
พระพุทธรูปอยุธยาหย่อนความงามนั้นเป็นไปด้วยสาเหตุ ต่อไปนี้
๑. เนื่องจากมีหลากหลายศิลปะที่นำมาผสมกันไม่ว่าจะเป็น อู่ทอง ลพบุรี สุโขทัย ทำให้บางพระพุทธรูปบางองค์ ขาดความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เช่น ความอ่อนช้อย บึกบึน ผสมการอย่างไม่สละสลวย
๒. เนื่องจากอยุธยาเป็นยุคที่มีความยาวนานถึง ๔๑๗ ปี ทำให้เกิดการสร้างพระพุทธรูป ขึ้นมามากมาย ทั้งงามและหย่อนความงาม อีกทั้งฝีมือการทำพระพุทธรูปที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ไม่ได้ทำการดัดแปลงรูปแบบ การสร้าง
๓. การมองความงามทางศิลปะของแต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป

 


 

 

         มหัศจรรย์ขององค์พ่อจตุคาม-รามเทพ รุ่นสองเทพมหาลาภ คลิกที่นี่

 

                                       แชมป์แฟนพันธุ์แท้จตุคามฯ วิเคราะห์องค์พ่อจตุคามฯ รุ่น สองเทพมหาลาภ คลิกที่นี่

 


องค์พ่อจตุคามฯ บันดาลโชค เสี่ยตลาดนัดถูกรางวัลที่ 5 คลิกที่นี่

ชมภาพดารา นักร้อง ตลก แห่เช่าบูชาองค์พ่อจตุคามฯ รุ่น สองเทพมหาลาภ คลิกที่นี่




หน้าแรก กระฉ่อนพระเครื่อง
รวมรุ่นองค์พ่อจตุคามรามเทพ
รวมข้อมูลพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ
รวมข้อมูลพระเกจิอาจารย์ ทั่วไทย
พุทธศิลป์ในประเทศไทย
ข่าว องค์พ่อจตุคาม
ข่าวสารพระเครื่อง
ซื้อ-ขายจตุคามรามเทพ
ซื้อ-ขายพระเครื่อง
ซื้อขายลูกปัด-หินทิเบต-ของเก่า
ถาม-ตอบเกี่ยวพระเครื่อง
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพิมพ์
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพระเครื่อง
Email
Password
 


สมัครสมาชิก | ลืมระหัสผ่าน

ตะกรุดสาริกาของู พระอาจารย์ป้อม
watnongmuang.com
  พระยอดนิยม


หน้าแรก | เว็บบอร์ด | พระเครื่อง | เพื่อน MSN | ฝากรูปฟรี | ทีวีออนไลน์ | เกมส์ | เทคโนโลยี | หนังใหม่ | คลิปวิดีโอ | เพศศึกษา | กะฉ่อนพาเที่ยว | กะฉ่อนพากิน | นางแบบ | มือถือ | ไดอารี | พิตตี้ | ทีมงานกะฉ่อน.คอม