พระนางพญา กรุโรงทอ จ.พิษณุโลก
 
พระนางพญา กรุโรงทอ จ.พิษณุโลก

พระนางกรุโรงทอ เป็นพระที่ชาวพิษณุโลกรู้จักกันดี นิยมใช้เคียงคู่กับ พระกรุวัดนางพญา ที่ถูกจัดอยู่ในพระชุดเบญจภาคีอันโด่งดัง  สมัยก่อนมีพ่อค้าไม้คนหนึ่งนิยมซื้อพระนางพญามาก แต่แม่บ้านของเขากลับแขวน พระนางกรุโรงทอ สอบถามได้ความว่า ชอบมากกว่าพระกรุวัดนางพญา ทั้งๆ ที่เขาก็มีอยู่หลายองค์ เมื่อถามถึงเหตุผล ก็ตอบเพียงสั้นๆ ว่า ใช้แล้วดี มีความอุ่นใจมากจากหนังสือ พระเครื่องเมืองเหนือ ได้เขียนถึง พระนางพญา กรุโรงทอ หรือ กรุวัดโพธิญาณ ว่า เป็นพระเนื้อดินเผา สีพิกุล สีแดง สีแดงคล้ำ สีเขียว และสีดำ เนื้อ มีหลายชนิด ได้แก่ เนื้อดินนุ่ม แข็งแกร่ง และเนื้อผงใบลานเผาสีดำ พุทธลักษณะ เหมือนกับพระกรุวัดนางพญา คือ นั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย เข่าใน พระกรข้างขวาทอดตรงลงมา พระกรข้างซ้ายหักได้ฉาก พระกรรณแบบบายศรี ผ้าสังฆาฏิปรากฏเด่นชัด ปีกกว้าง อยู่ห่างจากองค์พระมาก เม็ดแร่หยาบ และฐานสูงหนานูนเด่นเป็นพิเศษ แตกต่างจากพระกรุวัดนางพญา ด้านข้างตัดด้วยผิวไม้ไผ่ (ตอกตัด) หลังเรียบ และมีรอยนิ้วมือ ขนาดกว้าง ๒ ซม. สูง ๒.๕ ซม. ขุดได้จากวัดโพธิญาณพุทธคุณ ดีเยี่ยมในด้านคงกระพันชาตรี พระนางพญา กรุโรงทอ หรือ กรุวัดโพธิญาณ ขุดพบในบริเวณที่ทางราชการทหารได้สร้างโรงงานทอผ้า บริเวณวัดโพธิญาณ ปัจจุบันโรงงานทอผ้านั้นได้เลิกกิจการไปแล้ว และทางราชการได้สร้างเป็นสวนสาธารณะขึ้นแทนที่ พระนางพญา กรุนี้จึงมีชื่อเรียกว่า กรุวัดโพธิญาณ หรือ กรุวัดโพธิ์ หรือ กรุโรงทอ มีความนิยมรองลงมาจากพระกรุวัดนางพญา ที่ถือเป็นพระอันดับหนึ่งของเมืองพิษณุโลก พระนางพญา กรุโรงทอ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ไม่มีหู กับ พิมพ์มีหู เนื้อพระกรุนี้มีส่วนผสมของกรวด คล้ายกับ พระกรุวัดนางพญา จัดว่าเป็นพระเนื้อพิเศษ ด้านข้างมีรอยตัดทุกองค์ ที่เรียกว่า ข้างตอก (ตัด) เนื่องจากพุทธลักษณะ พิมพ์ทรงองค์พระของ พระกรุวัดนางพญา กับ พระนางกรุโรงทอ มีความคล้ายคลึงกันมาก และเนื้อพระก็ยังคล้ายกันอีก จึงมีปัญหาว่า พระทั้ง๒ กรุนี้ กรุไหนมีอายุการสร้างก่อนกัน หรือสร้างในสมัยเดียวกัน ? ในหนังสือ พระเครื่องปริทัศน์ ฉบับที่ ๑๔ มุจลินทร์ สุขเสรี ได้เขียนเรื่อง พระนางพญา กรุวัดโพธิญาณ ไว้ว่า ในราวปี ๒๔๘๐ ขณะที่คนงานกำลังปรับเนินดินซากพระเจดีย์ และพระวิหารเก่าบริเวณด้านเหนือของ วัดโพธิญาณ เพื่อสร้าง โรงงานทอผ้า (ของทหาร) คนงานได้ขุดพบพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ จำนวนมาก เช่น พระพิมพ์นางพญา พระซุ้มเรือนแก้ว ว่านหน้าทอง พระมารวิชัยซุ้มเส้นคู่ และ พระท่ามะปรางค์ ฯลฯ

พระดังกล่าวนี้ได้ชื่อว่า พระกรุวัดโพธิญาณ หรือ พระกรุโรงทอ ทั้งนี้คงถือเอาการสร้างโรงงานทอผ้า จนเป็นเหตุให้มีการขุดพบพระดังกล่าวก็ได้ ต่อมาในปี ๒๕๐๕ ทหารในค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ฝั่งตะวันตก ตรงข้ามกับวัดโพธิญาณ ได้ขุดพบ พระนางพญา ในกองอิฐ ประมาณ ๖๐ องค์ เป็นพระที่มีลักษณะเนื้อและพิมพ์ทรง เช่นเดียวกับ พระนางพญา วัดโพธิญาณ ทุกประการ สันนิษฐานว่า กรมทหารแห่งนี้คงจะมีสภาพเป็นวัดเก่ามาก่อน แต่ร้างไปนานแล้ว และได้มีการนำพระนางพญา วัดโพธิญาณ มาบรรจุกรุไว้ ความเป็นมาของ วัดโพธิญาณ หนังสือ พระเครื่องปริทัศน์ ฉบับเดียวกันนี้ได้กล่าวไว้ว่า...วัดนี้เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อ วัดโพธิ์ ยังไม่อาจสืบประวัติได้แน่นอนว่า สร้างขึ้นในสมัยใด? ใครสร้าง? แต่สันนิษฐานจากโบราณวัตถุที่ขุดพบเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ก็ได้ความว่า สร้างในราว ต้นสมัยอยุธยา ต่อมาวัดนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดโพธิญาณ สถานที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จ.พิษณุโลก ติดกับลำแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันตก ติดกับโรงงานทอผ้าทางด้านใต้ ถนนเข้าวัดแยกจากถนนเอกาทศรถไปประมาณ ๑๐๐ เมตร พระนางพญา กรุวัดโพธิญาณ (กรุโรงทอ) เป็นปฏิมากรรมในสกุลช่างสมัยอยุธยา มีอายุการสร้างใกล้เคียงกับ พระกรุวัดนางพญา คือ ประมาณ ๔๐๐ ปี ในหนังสือ พระเครื่องปริทัศน์ ดังกล่าวได้ลงภาพ พระนางพญา กรุโรงทอ ที่ชนะการประกวดพระ ณ จ.ชลบุรี เมื่อปี ๒๕๑๑ เอาไว้ด้วย แสดงว่า พระนางพญา กรุโรงทอ นี้ได้รับความสนใจมานานแล้ว ปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๔๘) ก็ไม่ต้องพูดถึง ความนิยมชมชอบมีมากเป็นทวีคูณ ยิ่ง พระกรุวัดนางพญา หายากและมีราคาแพงมาก นักสะสมพระที่ชาญฉลาด จึงหันมาให้ความสนใจ พระนางพญา กรุโรงทอ กันมากขึ้น เพราะในชั่วโมงนี้ต่างมีความมั่นใจว่า พระนางพญา ทั้ง ๒ กรุนี้ มีพุทธคุณเหมือนกัน และสร้างโดยคนเดียวกันคือ พระวิสุทธิกษัตรี พระราชมารดาของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

                 

         พระนางพญา พิมพ์ใหญ่ เข่าโค้ง

                      

               พระนางพญา พิมพ์ใหญ่ เข่าตรง

                   

            พระนางพญา พิมพ์ใหญ่ อกนูน

                

                  พระนางพญา พิมพ์เล็ก สังฆาฏิ

               

          พระนางพญา พิมพ์เล็ก ทรงเทวดา

                  

          พระนางพญา พิมพ์เล็ก อกนูนเล็ก

หลักการดู พระนางพญา

1.       พระนางพญาจะมี 2 ขนาด

พระนางพญาพิมพ์ใหญ่ เป็นพิมพ์ที่นิยมกันมาก มี 3 แบบด้วยกัน คือ "เข่าโค้ง", "เข่าตรง" และ "อกนูน"

พระนางพญาพิมพ์เล็ก มี 3 แบบ เช่นกัน คือ "สังฆาฏิ" "ทรงเทวดา" และ "อกนูนเล็ก"

2.       เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผา ผสมด้วยผงเกสร และแร่กรวดทราย (คล้ายกับเนื้อพระขุนแผน วัดบ้านกร่าง) มี 4 สี คือ เหลือง, แดง, เขียว และดำ มีทั้งเนื้อค่อนข้างหยาบ และเนื้อละเอียดนุ่ม (กรวดทรายน้อย)


 

 

         มหัศจรรย์ขององค์พ่อจตุคาม-รามเทพ รุ่นสองเทพมหาลาภ คลิกที่นี่

 

                                       แชมป์แฟนพันธุ์แท้จตุคามฯ วิเคราะห์องค์พ่อจตุคามฯ รุ่น สองเทพมหาลาภ คลิกที่นี่

 


องค์พ่อจตุคามฯ บันดาลโชค เสี่ยตลาดนัดถูกรางวัลที่ 5 คลิกที่นี่

ชมภาพดารา นักร้อง ตลก แห่เช่าบูชาองค์พ่อจตุคามฯ รุ่น สองเทพมหาลาภ คลิกที่นี่




หน้าแรก กระฉ่อนพระเครื่อง
รวมรุ่นองค์พ่อจตุคามรามเทพ
รวมข้อมูลพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ
รวมข้อมูลพระเกจิอาจารย์ ทั่วไทย
พุทธศิลป์ในประเทศไทย
ข่าว องค์พ่อจตุคาม
ข่าวสารพระเครื่อง
ซื้อ-ขายจตุคามรามเทพ
ซื้อ-ขายพระเครื่อง
ซื้อขายลูกปัด-หินทิเบต-ของเก่า
ถาม-ตอบเกี่ยวพระเครื่อง
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพิมพ์
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพระเครื่อง
Email
Password
 


สมัครสมาชิก | ลืมระหัสผ่าน

ตะกรุดสาริกาของู พระอาจารย์ป้อม
watnongmuang.com
  พระยอดนิยม


หน้าแรก | เว็บบอร์ด | พระเครื่อง | เพื่อน MSN | ฝากรูปฟรี | ทีวีออนไลน์ | เกมส์ | เทคโนโลยี | หนังใหม่ | คลิปวิดีโอ | เพศศึกษา | กะฉ่อนพาเที่ยว | กะฉ่อนพากิน | นางแบบ | มือถือ | ไดอารี | พิตตี้ | ทีมงานกะฉ่อน.คอม